Untitled-3
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • สินค้าของเรา
    • แทรกเตอร์
      • B Series
        • B2140S
        • B2140SN
        • B2440S
        • B2740S
      • L Series
        • L3218SP
        • L4018SP
        • L5018SP
      • MU Serires
        • MU4902
        • MU5702
      • M Series
        • M6240SUH
        • M6040SU
        • M7040
        • M8540
        • M9540
        • M108S
        • M135X
    • รถเกี่ยวนวดข้าว
      • DC-70 Plus
      • DC-70G Plus
      • DC-70G Plus Cabin
      • DC-93G
      • DC-105X
      • DC-105X Cabin
    • รถดำนา
      • NSD8 monroe
    • อะไหล่
    • อุปกรณ์ต่อพ่วง
    • โดรนการเกษตร
      • K-D1
      • T20
    • เครื่องยนต์ดีเซล
  • บริการ
    • บริการหลังการขาย
    • บริการสินเชื่อ
  • เกร็ดความรู้-เทคนิค
    • ข้าว
      • วิธีการปลูกข้าวโดยวิธีการหยอดข้าวแห้ง
      • ข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105
      • การวิเคราะห์คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าว
      • ความสำเร็จจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวด้วยวิธี KAS
      • วิธีแก้ปัญหาโรคจากเชื้อราในแปลงเพาะกล้าและนาข้าว
      • เพลี้ยแป้งในนาข้าว
    • ข้าวโพด
      • วิธีการปลูกและการให้น้ำข้าวโพดหวาน
      • ปัญหาหลังการเก็บเกี่ยวสำหรับข้าวโพดฝักอ่อน
      • ข้าวโพดหวาน
      • โรคใบไหม้แผลเล็ก
      • เพลี้ยอ่อนข้าวโพด
      • แอลฟาทอกซินในข้าวโพด
    • อ้อย
      • ปลูกอ้อยอย่างไรให้ได้กำไรสูงสุด
      • การใช้แทรกเตอร์ขนาดเล็กในการบำรุงรักษาไร่อ้อย
      • การดูแลแปลงอ้อยด้วยแทรกเตอร์ขนาดเล็ก
      • ผลกระทบของอ้อยไฟไหม้ต่ออุตสาหกรรมอ้อย
      • โรคใบขาวอ้อย
      • โรคเหี่ยวเน่าแดง
    • มันสําปะหลัง
      • โรคใบด่างมันสำปะหลัง
      • โรคใบไหม้และการป้องกัน
      • การปรับปรุงบำรุงดิน
      • ด้วงเต่าตัวห้ำ
    • ยางพารา
      • ปลูกยางพาราไม่กลัวแล้ง
  • ข่าวสารและกิจกรรม
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
      • งานเปิดโชว์รูมอุดร
    • ภาพกิจกรรม
      • กิจกรรม User meeting
      • กิจกรรมคูโบต้า EXPO
      • กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
      • กิจกรรมผู้ว่าดำนา
      • กิจกรรมมอบความสุขทั่วไทย
      • กิจกรรมวันเด็ก
      • จับฉลากออมทรัพย์ทวีสิน
      • ร่วมงานวันผู้สูงอายุ
      • ร่วมสภากาชาดสนับสนุนของรางวัล
      • สาธิตไถกลบตอซังข้าว
      • กิจกรรมแข่งขันรถแทรกเตอร์คูโบต้าพันธุ์แกร่ง
      • อบรมรถเกี่ยวนวดข้าว
      • วันเด็ก 2563
      • กิจกรรม คาราวานออนไลน์
      • ประชุมใหญ่โรงงานน้ำตาลไทยอุดร
      • วันเด็ก 2564
      • เปิดตัว L-SP
      • กิจกรรม กำจัดวีชพืช ในแหล่งน้ำสาธารณะ
      • โรงพยาบาลสนาม สามพร้าว
      • เทศกาลวันตรุษจีน 2564
  • ติดต่อเรา
AWL6240SUHFabricBackdropOption2
SP
93
57
highlight-content-bg
imageresize(1)
imageresize
โรคใบไหม้แผลเล็ก
(Southern Corn Maydis Leaf Blight)

การระบาดของโรคนี้ในประเทศไทยมีเสมอทุกปีและระบาดเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่จนถึงปัจจุบัน โดยมีความรุนแรงกับข้าวโพดสายพันธุ์แท้ (Inbred line) บางสายพันธุ์ ข้าวโพดหวานข้าวโพดเทียน ข้าวโพดข้าวเหนียว เป็นต้น

ลักษณะอาการ

ระยะแรกจะเกิดจุดเล็ก ๆ สีเขียวอ่อนฉ่ำน้ำ ต่อมาจุดจะขยายออกตามความยาวของใบ โดยจำกัดด้านกว้างของแผลขนานไปตามเส้นใบตรงกลาง แผลจะมีสีเทา ขอบแผลมีสีเทาน้ำตาล ขนาดของแผลไม่แน่นอน แผลที่ขยายใหญ่เต็มที่มีขนาดกว้าง 6-12 มิลลิเมตร และยาว 6-27 มิลลิเมตร ในกรณีที่ใบข้าวโพดเป็นโรครุนแรง แผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลใหญ่ และทำให้ใบแห้งตายในที่สุด อาการของโรคเมื่อเกิดในต้นระยะกล้าจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ทุกใบอาจจะเหี่ยวและแห้งตายภายใน 3-4 สัปดาห์หลังปลูก แต่ถ้าเกิดกับต้นแก่อาการจะเกิดบนใบล่าง ๆ ก่อน นอกจากจะเกิดบนใบแล้วยังเกิดกับต้นกาบใบ ฝักและเมล็ดอีกด้วย

เชื้อสาเหตุ

เกิดจากเชื้อรา Bipolaris maydis (Nisik.) Shoemaker. มีชื่อเดิมว่า Helminthosporium maydisNisik. เข้าทำลายข้าวโพดในเขตอบอุ่นและร้อนชื้น เชื้อมีสปอร์ยาวโค้ง ปลายเรียวมน ไม่มี hilum สีเขียวมะกอก การงอก germ tube ออกทางปลายทั้งสองด้าน เมื่อนำใบข้าวโพดเป็นโรคมาบ่มที่ความชื้น ในอุณหภูมิห้องจะสร้างสปอร์ในเวลา 24-48ชม. ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อจะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ รูปร่างกลม สีดำมีส่วนปากค่อนข้างแหลมยื่นออกมาขนาด 0.4-0.6 มม.

การแพร่ระบาด

เชื้อโรคสามารถระบาดจากต้นหนึ่งไปสู่อีกต้นหนึ่ง หรือจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง โดยติดไปกับเมล็ดที่เป็นโรคและโดยทางลม หรือฝนนำสปอร์ปลิวไป เมื่อเข้าทำลายพืชเป็นแผลบนใบสามารถสร้างสปอร์อีกมากมายแพร่กระจายในแหล่งปลูก วงจรของโรคเริ่มจากเข้าทำลายจนสร้างสปอร์ใหม่ ภายในเวลา 60-72ชั่วโมง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่ความชื้นสูง อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20-320 เซลเซียส เชื้อราสามารถเข้าทำลายข้าวโพดได้หลายครั้งในแต่ละฤดูจากสปอร์ใหม่ที่เกิดขึ้น แพร่กระจายไปกับลมและฝน แล้วเข้าทำลายข้าวโพดอีกหลายรอบ เชื้อราสามารถมีชีวิตได้ในใบข้าวโพดนานถึง 8 เดือนและมีชีวิตในเมล็ดข้าวโพดได้นานกว่า 1 ปี นอกจากนี้ยังพบว่าหญ้าเดือยเป็นพืชอาศัยของเชื้อราชนิดนี้

การป้องกันกำจัด

1. ใช้เมล็ดพันธุ์จากต้นที่สมบูรณ์ปราศจากโรค
2. หมั่นตรวจไร่อยู่เสมอตั้งแต่ระยะกล้าเมื่อพบโรคเริ่มระบาดให้ถอนแล้วเผาทำลายจากนั้นใช้สารเคมีไตรโฟรีน20 (ซาพรอล) อัตรา 60 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นสามารถป้องกันกำจัดโรคได้
3. ทำลายพืชอาศัยของโรค เช่น หญ้าเดือย (Rottboellia exaltata)
4. ทำลายเศษซากของข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยวเพราะจากการศึกษา พบว่า เชื้อราสามารถอยู่ข้ามฤดูบนเศษซากของข้าวโพดได้
5. ปลูกพันธุ์ต้านทานต่อโรค เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 1 สุวรรณ2

บริษัท คูโบต้าแสงทอง จำกัด
สำนักงานใหญ่ อ.เมืองอุดรธานี โทร.042-110418
สาขา อ.บ้านผือ โทร.042-282471
สาขา อ.น้ำโสม โทร.042-287322

1024px-LINElogo @K-Sangthong   facebooklogosPNG19750 คูโบต้าแสงทอง
© Copyright 2016 www.kubotasangthong.com All Rights Reserved

© Copyright 2016 www.kubotasangthong.com All Rights Reserved